ประวัติความเป็นมา“สภาทนายความ”

การก่อตั้งสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย


ประวัติความเป็นมา การก่อตั้ง “สภาทนายความ”

ความเจริญก้าวหน้าของวิชาชีพทนายความ ทำให้จำนวน ทนายความเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ แต่การแสดงบทบาท การ เคลื่อนไหวและการรวมพลังของบรรดาทนายความยังไม่มีรูปแบบที่ เป็นเอกภาพ การรวมกลุ่มของทนายความขาดความแน่นแฟ้นเท่าที่ ควร เนื่องจากขาดองค์กรหรือสถาบันในการทำหน้าที่เป็นแกนกลาง หรือเป็นศูนย์รวมอื่นชอบด้วยกฎหมาย จึงได้มีการริเริ่มก่อตั้ง “สมาคมทนายความ” ขึ้นจนเป็นผลสำาเร็จเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2500 เพื่อให้สถาบันอิสระทำหน้าที่เป็นตัวแทนของทนายความทั่ว ประเทศ ในการบำเพ็ญประโยชนต์ต่อประชาชนและสังคมส่วนรวม ทั้งเอื้ออำนวยผลประโยชน์ ดูแลสวัสดิการแก่ทนายความด้วยกัน
ในปี พ.ศ. 2508 ได้มีการตราพระราชบัญญัติทนายความ ฉบับใหม่ขึ้นใช้โดยพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 นี้ มีการ โอนอำนาจออกใบอนุญาตว่าความจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มาให้เนติบัณฑิยสภาเป็นผู้มีอำานาจโดยเด็ดขาด เนติบัณฑิตยสภาจึง เป็นทั้งผู้ออกใบอนุญาต ผู้ควบคุมระเบียบและมรรยาททนายความ ซึ่งในขณะนั้นมีสำนักอบรมศึกษากฎหมายขึ้นในเนติบัณฑิตยสภาแล้ว อีกทั้งการควบคุมทนายความในระยะแรกๆเนตบิณัฑติยสภามุ่งดำเนิ น การตามแบบเนตบิณัฑติยสภาอังกฤษ จึงกำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรีทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยต้องผ่านการสอบเป็นเนติบัณฑิตที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตสภาเสียก่อน จึงจะขอจดทะเบียนเป็นทนายความชั้นหนึ่งได้ ซึ่งก็หมายความว่าผู้ที่ เรียนจบปริญญาตรีทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเป็นได้เพียง ทนายความชั้นสองเท่านั้นและตามบทบัญญัติให้สิทธิทนายความชั้น หนึ่งว่าความได้ทั่วราชอาณาจักร ส่วนทนายความชั้นสองมีสิทธิว่า ความได้เฉพาะต่างจังหวัดที่ได้รับใบอนุญาต ข้อกำหนดดังกล่าวของ เนตบิณัฑติยสภาเป็น การกดขี่ปิดกั้นเสรีภาพของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจึงทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจมีการเคลื่อนไหว เพื่อต่อสู้คัดค้านอย่างกว้างขวางโดยใช้เวลาต่อสู้ 5ปีเศษ จึงมีการแก้ไขพระราชบัญญัติทนายความในปี 5214 บัญญัติให้ผู้ที่จบปริญญาตรีทางกฎหมายเป็นทนายความชั้นหนึ่งมีสิทธิว่าความทั่วราชอาณาจักร และยังคงให้มีทนายความชั้นสองอยู่ แตเนื่องจากในระยะต่อมาผู้สำเร็จการศึกษทในระดับปริญญาตรีเพิ่มมากขึ้น ทนายความชั้นสองจึงค่อยๆลดจำนวนลง
ต่อมาเมื่อปี 2518 ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อสมาคม จากเดิมเป็น สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ดังนั้นในวันที่ 20 กุทภาพันธ์ของทุกปีจึงถือเป็น วันทนายความ อันเป็นวันสำคัญของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
จนกระทั่งปี พ.ศ.2522 ได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติทนายความขึ้นใหม่ เพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งสภาทนายความ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วเสร็จเมื่อปี 2533 และได้นำเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ระยะเวลาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523 ติดต่อกันเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2528 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2528 เป็นต้นมา
สภาทนายความจังหวัดอุบลราชธานีจึงได้มีการจัดตั้งขึ้นและ มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยสภาทนายความจังหวัดอุบลราชธานีได้มีประธานและคณะกรรมการสภาทนายความจังหวัดอุบลราชธานีเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับใช้คณะทนายความจังหวัดอุบลราชธานีมาแล้วเป็นเวลา 11 สมัย(วาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี)